BestUsedCar

รถเก่าน่าใช้ BMW Series3 E36

posted on 28 Jun 2009 22:36 by usedcar  in BestUsedCar

                                         

ความเท่ในงบ  30   หมื่นบวกลบ  ที่พอจะนำมาบูรณะด้วยงบ   50,000  บาท  แล้วใช้ต่ออีกหลายปี  ในแบบ  Sport  Sedan  ที่ไม่ต้องเป็นรองใคร   ด้านสมรรถนะ  จัดเป้นรถญี่ปุ่น   อยากลองมาแตะรถยุโรป
 

BMW  318 I  พูดถึงรถครอบครัวขนาดกลางของยุโรปแล้ว  BMW  SERIES-3  จะเป็นรถคันแถวหน้า ๆ ที่ต้องพูดถึงเสมอเพราะมีความเด่นในตัวเองมากกว่า  รถอื่น ๆ หลายด้าน  อาทิ รูปทรงที่สวยบาดตา   สมรรถนะที่ไม่เบื่อหน่าย   ประสิทธิภาพ   การทรงตัวที่วางใจได้     และการขับขี่ที่ให้ความเพลิดเพลินเป็นอย่างดีกับนักเดินทาง


 

                คุณค่าของ    BMW  Series-3  นั้นถูกยอมรับมา  ตั้งแต่กำเนิดในทศวรรษที่  60   ในรูทรงแรกภายใต้หมวดข้างเคียงของ  BMW  2000    โดยทางบาวาเรียวางทรวดทรงในแบบ   2   ประตู ซีดาน   ภายใต้ชื่อเรียกว่า  1602  และ 2000   นั้นสามารถเข้าต่อกรกับรถแรงอย่าง   Alfa  Romeo   ที่จัดว่าโด่งดังเป็นเจ้าถนน  Sport Sedan   ยุคนั้นเป็นอย่างมาก  โดย  1602   และ  2000   สามารถตีกินด้วย คุณสมบัติที่ว่าเป็นรถเกาะถนนด้วยช่วงล่าง   แบบอิสระ   4  ล้อขับหลัง


 

                จากวันนั้นเป็นผลสูบต่อมายังรุ่นต่อมา   เมื่อทางบาวาเรียเริ่มจริงจังกับรถระดับนี้   ได้กำหนดชื่อเรียกใหม่ว่า  Series-3 ควบคู่กับ  BMW  2000 ที่ใช้ระหัสว่า  Series-5   ตั้งแต่ต้นทศวรรษที่  70  ส่วน Series-3  นั้นมาเริ่มเกือบกลาง ๆ ทศวรรษเดียวกัน


 

                จากนั้นมาจนถึงปัจจุบัน   318 I กลายเป็นรุ่นที่  4   ของ  BMW  หมวดนี้   โดยปรากฏการณ์เปลี่ยนแปลงจาก   Sedan   2   ประตูมาเพิ่มอีกแบบเป็น   4  ประตู  ในลำดับที่  3  ซึ่งปรากฏการณ์เปลี่ยนแปลงจาก Sedan  2  ประตูมาเพิ่มอีกแบบเป็น  4  ประตูในลำดับที่  3  ซึ่งปรากฏผลสำเร็จเนอย่างมาก   สามารถขายถล่มทลายต่อเนื่องมาปัจจุบันจนการผลิตใน   Series   นี้มากกว่ารุ่น  2  ประตูในระยะแรกเริ่ม


 

                สำหรับ  318I  คันนี้เริ่มต้นในทศวรรษที่  90   รวมระยะเวลาร่วม   10   ปี  เต็มของรถรุ่นนี้สามารถทำตัวเป็นรถธงของค่าย    BMW  ตลอดมาทั่วโลกเป็นรถใฝ่ฝันของวัยจ๊าบจนถึงวัยปี้หรือจะเรียกว่ารถสำหรับคนหนุ่มสาวก็คงไม่ผิด     เพราะรูปทรงเปรียวเปรี้ยวโฉบเฉี่ยวเป็นอย่างมากลงตัวทั้งทรวดทรงของ   Aerodynamic    รับ  Ca --  0.34  และลงตัวกับห้องโดยสารแบบ   2 3  ที่นั่งที่สบายพอควรต่อการโดยสารเดินทางไกลนาน ๆ   ดดยมีจุดสะดวก   2 2  ที่นั่ง  สำหรับการเดินทางเกิน   5   ชั่วโมงอย่างไม่อึดอัดเมื่อยล้ามาก  จึงจัดเป็นรถครอบครัว ได้ดีคันหนึ่งหรือเป้นรถคนโสดที่มีชีวิตคล่องตัวกับเพื่นฝูง   ที่เกาะกลุ่มในบางโอกาสได้ดี   แต่สภาวะขับคนเดียวนั่ง   2 คน   ดูจะเหมาะกับการใช้งานแบบรถเบาแรงเพิ่มอัตราเร่งต่อการคิดดวลความเร็วกับใครสักคน   ย่อมดีกว่าการโหลดน้ำหนัก   เพราะพลังแรงบิดของ   1.8   ลิตร  นั้นไม่เหมาะกับการอัดยัด  4  คน  เมื่อต้องการเพลิดเพลินกับความเร็ว  318I นั้นเป็น   1   ใน  4   ของหมวดพลังที่   Series-3  บรรจุมาขายในเมืองไทย   ซึ่งมีตั้งแต่   1600   ในรุ่น   Compact 3   ประตู  Lift-Back,1800  มาตรฐษน   2000 Sport   และ   2500  Touring    แต่ละขนาดเครื่องยนต์นั้นสร้างบุคลิกของรถแตกต่างันไปอย่างรู้สึกได้อย่าง


                -1600   Compact  นั้นไม่แรงแต่ประหยัดเชื้อเพลิง    จากขนาดกะทัดรัดของรถน้ำหนักเบา


                - 1800   เหมาะกับการใช้งานผสมระหว่างค่าความประหยัดลดลงหน่อย   และแรงขึ้นสำหรับการเดินทาง


                - 2000  เพื่อใครที่คิดวาอยากประลองตลอดเวลา


                -2500  เหมาะกับการเดินทางมากเพราะมีแรงบิดสำรองไว้  แซงอย่างมั่นใจและขับทำความเร็วระดับ  140-160  กม/ชม.  อย่างสม่ำเสมอแรงไม่ตก


 

                เฉพาะ   318I  นั้นจัดเป็นรถมาตรฐานของการใช้งาน  รุ่นนี้จึงมี  จำนวนมากสุดในตลาด   จึงมีโอกาสเลือกโอกาสหาได้ง่ายกว่าอีก   3  รุ่น   ทำให้ราคาค่าตัวของ   318 I นั้นค่อนข้างหวืดหวาระดับใกล้   40   หมื่นจนถึง   60   กว่าหมื่น   แต่กลาง ๆ ที่ซื้อกันนั้นอยู่ที่   50   หมื่นบวกขึ้นกับองค์ประกอบของ


 

-          สภาพตัวถังเดิม ๆ  สีเดิม ๆ ภายในไม่เละ


-          สภาพเครื่องเดิม ๆ ไม่ทะลุ   120,000  กม.  ไม่เยิ้มไม่ครางไม่สั่น


-          สภาพช่วงล่างไม่โหลดไม่หลวมไม่ดัง  พราะแต่ละสภาพนั้นถ้าต้องนำมาเก็บงานแล้วเงบระดับ   15,000  ขึ้นไป   ฉะนั้นเวลาจับต้องคำนึง   3  ส่วน  นี้เป็นหลัก   อย่าให้ต้องเก็บงานทั้ง  3  ส่วน ขอแค่  1-2 ส่วนก็หนักหนาแล้วปกติควรแค่อย่างใดอย่างหนึ่งก็พอจำได้ไม่เบื่ออย่าลืมว่ารถ   BMW  นั้นแทบทุกรุ่นที่ออกสู่ตลาดมือสองกว่า   60%  จะเป็นรถที่เจ้าของเดิมเอาไม่อยู่จึงยอมปล่อยออก   เพราะผิดจาก  BMW  แล้วยากที่จับรถอื่น ๆ ได้สนิทใจจากเหตุผลของคุณสมบัติเหนือรถอื่นในระดับเดียวกันมากจุด   ถ้าใช้ดีจะไม่ปล่อยง่าย   


 

-  เวลาจับมาแล้วแทบทุกคันต้องลงทุนเก็บงาน  1 ใน 3  ของสภาพดังกล่าวข้างต้น ฉะนั้นงบราว   40,000-60,000 บาท   สำหรับงานใหญ่ที่จะต้องทำ เพื่อใช้ดีไปหลายปีจึงควรทำ   ห้ามเหนียว เด็ดขาดมิฉะนั้นจะใช้ได้อย่างเบื่อหน่าย   ไม่สนุกเท่าความเท่ของรถ


 

 - การดูแลตัวถังนั้นต้องไม่ชนหนัก  พวกกันชนหน้าหลังต้องไม่โบว้พ่นสีมาเป็นอย่างดี   ไม่สาดสีทั้งคันเป็นดีที่สุด    แต่ถ้าทำสีอย่างดีทั้งคันก็ไม่น่าจับว่าอุปกรณ์ภายในไม่หลุดไม่หลุ่ยแผงหน้าปัดครบไม่แตกไม่ร้าว  แผงประตูเรียบร้อย   เบาะไม่ด่าง  พรมไม่เละเป็นขรุ่ยละยอดเชียวละ


 

- สภาพเครรื่องยนต์เบาเรียบหลังเร่งความเร็วมา   120  กม./ชม.  เข้าเกียร์ว่างที่  750-900    รอบนิ่งไม่เบาะดับสั่น    เพราะเครื่องนี้เป็นรุ่นใหม่ทำงานค่อนข้างเรียบเงียบมาก   จัดว่าเป็นเครื่องยนต์ที่มีขนาดกะทัดรัดดูแลง่ายไม่จุกจิก   หากสภาพ   120,000   กม.  จริงก็พออุ่นใจว่ามีสิทธิอีก   100,000  กม.   แค่เปิดฝาดบดวาล์วแค่นั้นก็พอ หรือทำการเปลี่ยนแหวนลูกสูบ ชุดชาท์ฟเกิน   200,000 กม.ก็ทนใช้ได้อีก   100,000 กม. แน่นอน


 

ทางด้านช่างล่างนั้นขอให้รวมถึงเฟืองท้ายกับเบรกด้วย   เพราะรุ่นนี้ใช้ระบบช่วงล่างค่อนข้างจะทันสมัยมีจุดยืนมาก  ทำให้ค่าใช้จ่ายการซ่อมนั้นค่อนข้างมากตาม  แต่เกาะถนนหายห่วงรถใหม่ ๆ  ที่ว่าเกาะแน่ ๆ บางยี่ห้อยังทิ้งโค้งสู้   318I  ไมได้   แต่อย่างว่าระบบช่วงล่าง  จึงเปลื่อยเร็วเป็นธรรมดาเพราะระดับ   50,000   กม.  ก็ต้องเล่นชุดใหญ่กับช่วงหน้า   และที่   80,000 กม.  ก็ชุดซ่อมช่วงล่างหลัง   โดยมีจุดอ่อนที่พบบ่อยสุดคือเฟืองท้ายดังเก่ง   โดยหาสาเหตุไม่พบ  ฉะนั้นเวลาซื้อต้องตรวจสอบให้ดี   เพราะค่าซ่อมเฟืองท้ายเข้าระดับ   15,000   บาท  ทั้งนี้ไม่นับเกียร์ออโต้   ถ้ามีปัญหาก็ระดับ   60,000   บาทขึ้น  แต่ในคันที่เป็น  5   เกียร์ ธรรมดาอุ่นใจได้ว่าไร้ปัญหาเพราะทนและค่าซ่อมถูก


 

   โดยรวม ๆ แล้วการจับ  BMW 318I  นั้นให้เร่ม้นที่สภาพตัวถังสภาพภายในตามด้วยเกียร์ถ้าเป้นออโต้  แล้วค่อยมาช่วงล่างจบที่  เครื่องยนต์จะดีมาก   จึงต้องพิถีพิถันหน่อยเวลาจับเพราะพลาดพลั้งขึ้นมาได้ซ่อมจนเบื่อ   หมดเงินพอจะซ้อรถเล็กญี่ปุ่นได้   1   คันเชียวละ   แต่ถ้าได้สภาพไม่ต้องซ่อม   ก็จะใช้   318I    อย่างชนิดไม่อยากแตะรถอื่น    ไปอีกนาน

Volkswagen Passat Highline

posted on 17 Oct 2008 19:42 by usedcar  in BestUsedCar

Passat Highline 1998-2002

เครื่องยนต์

ตัวนี้เครื่องยนต์มี 2 รุ่น

  • รุ่นแรก 1800 ซีซี 4 สูบ 16 วาล์ว สำหรับรุ่นนี้ ออกตัวค่อนข้างอืด แต่ปลายไหล ถึง 200 เลยทีเดียว อัตราการสิ้นเปลืองน้ำมัน ประมาณ 7 - 9 กิโลเมตร/ลิตร
  • รุ่นที่2 2300 ซีซี 5 สูบ 20 วาล์ว ส่วนรุ่นนี้ แรงทั้งต้น ทั้งปลาย ถ้าคิดจะเล่นรุ่นนี้ ก็ต้องเตรียมเงินไว้เติมน้ำมันด้วย แปลว่าอะไรรู้ป่าว ก็มันกินน้ำมัน 6 - 8 กิโล/ลิตร เลยน่ะสิ

ภายใน

  • มีสีให้เลือก 2 สี คือ สีเบจ กับ สีดำ
  • เบาะไฟฟ้าคู่หน้า (เฉพาะตัวประกอบในประเทศ)
  • AirBag 4 ลูก
  • กุญแจไฮโซมาก ๆ เพราะเป็นกุญแจพับแบบเบนซ์เลยทีเดียว
  • เบาะหลัง พับได้ ต่อถึงกระโปรงหลัง สามารถบรรทุกของชิ้นใหญ่ ๆ ได้

ภายนอก

  • ดูดี มีชาติตระกูล ตามสไตล์รถยุโรป โดยเฉพาะสีดำ ดูหรูมาก 

สรุป

เป็นรถยุโรป ที่ขับดี เกาะถนน แต่ต้องมีเงินเผื่อไว้สำหรับ ค่าบำรุงรักษา ภายหลังไว้ด้วย
ราคาประมาณ 300,000 บาท
คะแนน 8/10

 

Mitsubishi Lancer 2004-2008

posted on 17 Oct 2008 15:33 by usedcar  in BestUsedCar

รุ่นนี้พูดได้คำเดียวว่า"คุ้มครับ" ราคามือ 2 ถูกมากกกเริ่มตั้งแต่ 300000 ปลายๆ ถ้าหาได้สภาพดี ก็ใช้ได้อีกเป็น 10 ปี อะไหล่ก็ไม่แพง ของแต่ง อีโวก็เพียบ เหมาะสำหรับครอบครัวเล็กครับ

ภายใน

 4-5  คน นั่งสบายไม่ถึงกับเบียด อาจไม่ใหญ่เท่า Altis แต่ราคาคุ้มกว่าครับ มีทั้ง เบาะผ้า และ เบาะหนัง ให้เลือก

เครื่องยนต์

  • ตัวเครื่อง 1600
  • ถ้านั่ง 4 คน อาจมีอืดเล็กน้อย
  • กินน้ำมันประมาณ 10-12 กิโล/ลิตร แต่เครื่อง 2000 วิ่งกระจายกินประมาณ 9-11 กิโล/ลิตร
  • แถมด้วยระบบเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย จะซื้อรุ่นไหนควรดูลักษณะการใช้งานของเราเป็นสำคัญ

หน้าตารถ

อันนี้ก็นานาจิตตังบางคนก็เลิฟเจ้าจมูกสามเหลี่ยมของมัน บางคนก็ว่าหน้าเหมือนท่านสมัคร (ว่าไปนั่น)

สรุป

เป็นรถที่ขับไปไหน ไม่อายใคร ประโยชน์ใช้สอยก็ทำได้ดีในระดับน่าพอใจ คุ้มค่าเมื่อเทียบกับราคาครับ

คะแนน 7 เต็ม 10 ครับ

 

edit @ 17 Oct 2008 21:04:05 by usedcar