ประกันภัยรถ

posted on 30 Jun 2009 13:28 by usedcar  in CarKnowledge

ทำไมคุณต้องประกันภัยรถ ?


                บางครั้งปัญหาจากอุบัติเหตุเพียงเล็กน้อย  อาจทำให้คุณต้องเสียเงินค่าซ่อมแซมจำนวนมาก   แต่หากรถคุณมีประกันก็เหมือนคุณมีบัตรประกันสังคมรถหรือประกันชีวิต  คุณย่อมสามารถไปพบแพทย์ได้ทุกเมื่อที่เจ็บป่วย  หรือมีปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพโดยไม่ต้องเสียค่าบิการใด ๆ อีกเช่นกันกับการระกันภัยรถคุณสามารถขับรถได้อย่างมั่นใจ   และสบายใจว่าเมื่อใดหากคุณโชคร้ายเกิดอุบัติเหตุโดยที่เป็นฝ่ายผิด   หรือมีบุคคลได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ  คุณมีผู้รับผิดชอบแทนเรียบร้อยแล้ว      อย่างไรก็ตาม  ก่อนซื้อประกันคุณควรตรวจสอบ บริษัทประกันภัยที่จะซื้อก่อนดีกว่า


 


ใครเป็นผู้ได้รับการคุ้มครองจากประกันภัย


                1.ตัวคุณ


                2. คู่กรณีที่เป็นฝ่ายถูก


                3. รถของคุณที่เสียหายจากอุบัติเหตุ


                4. รถของคู่กรณีซึ่งเป็นฝ่ายถูกและได้รับความเสียหายจากอุบัตเหตุ


                5. บุคคลที่สามซึ่งได้รับผลจากอุบัตเหตุครั้งนั้น  (ตามประเภทของประกัน)


 


บริษัทประกันภัย


                ทุกวันนี้มีบริษัทประกันภัยรถยนต์ให้คุณเลือกรับบริการมากมายดังนั้นคุณควรศึกษาบริษัทที่คุณสนใจก่อนตัดสินใจด้วยว่า   บริษัทนั้นมีประวัติการให้บริการลูกค้าดีไหม?  ใช้เวลาไปถึงที่เกิดเหตุนานเกินไปหรือเปล่า? รับผิดชอบตอารประกันภัยหรือมีการหลบเลี่ยงมากน้อยแค่น้อยแค่ไหน? วางใจได้หรือไม่? พนักงานให้บริการด้วยความสุภาพหรือไม? โดยข้อมูลเหล่านี้คุณสามารถหาไดด้จากเพื่อนฝูงที่ใช้บริการหรือจากข่าวสารทั่วไป  ซึ่งบริษัทประกันภัยที่ดีจะให้บริการปรึกษาปัญหาด้านกฎหมาย   ในกรณีที่คุณมีปัญหาจาก   อุบัติเหตุด้วย  ดังนั้นการเลือกบริษัทประกันภัยทที่ดีมีความสำคัญมากเช่นกัน


               


                ค่าบริการที่แพงอย่างดุเดือดควรสัมพันธ์กับค่าใช้จ่ายในการซ่อมรถ   ค่ารักษาพยาบาลที่คุณจะได้รับ  และเงินชดใช้  เมื่อรถสูญหายอย่างคุ้มค่า


 


 


                ก่อนตกลงซื้อประกันรถ   ขั้นแรกคุณต้องมั่นใจว่าบริษัทนั้นมีความมั่นคงพอ   โดยถามพนักงานขายประกันเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของบริษัท   เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา มีบริษัทประกันภัยมากมายถูกปิดลง   เนื่องมาจากความผดพลาดทางการเงิน   และการล้มละลาย   ระวังจะเสียเงินฟรี ! 


 


                ข้อต่อมาที่คุณควรศึกษาคือ   เบี้ยประกัน   เบี้ยประกันที่แตกต่างย่อมมีผลถึงระดับความคุ้มครองที่คุณจะได้รับ   ควรเลือกประกันที่เหมาะสมกับสถานะการเงินและรูปแบบประกันที่เหมาะสมกับสถานะการเงินและรูปแบบที่คุณควรได้รับการคุ้มครอง 


 


 


                พื้นฐานการประกันภัยมักแบ่งออกเป็น   4   ประเภทด้วยกัน


แบบ                        ประกันภัยภาคบังคับ


การคุ้มครอง           คุ้มครองผู้บาดเจ็บจากรถ


แบบ                        ประเภท   1


การคุ้มครอง           คุ้มครองรถของผู้ประกัน   รถของคู่กรณี


 


แบบ                        ประเภท  2


การคุ้มครอง           คุ้มครองรถของผู้ประกัน


 


แบบ                        ประเภท  3


การคุ้มครอง           คุ้มครองรถของคู่กรณี


 


                ให้พนักงานขายประกัน   อธิบายรายละเอียดเกี่ยวกับประเภทของแบบประกันภัย   และผลคุ้มครองที่คุณจะได้รับ   เบี้ยประกันที่คุณต้องจ่าย  และหากมีรายละเอียดข้อไหนที่คุณไม่เข้าใจ   ควรถามให้กระจ่างก่อนตัดสินใจซื้อด้วย


 


 


                เมื่อเร็ว ๆ นี้   บริษัทประกันภัยต่าง ๆ มีการเพิ่มค่าประกันจนลูกค่ารู้สึกเหมือนโดยโกงราคา   ที่เลวร้ายที่สุดคือบริษัทประกันภัยส่วนใหญ่มักหาวิธีเลี่ยงการคุ้มครองด้วยเงื่อนไขต่าง ๆ ที่สามารถพลิกแพลงได้ภายหลัง   จึงเป็นเรื่องจำเป็นมากที่คุณต้องระวังและทำความเข้าใจในเงื่อนไขเหล่านั้นอย่างละเอียด


 


 


                คำแนะนำในการลดค่าธรรมเนียมของคุณ


เมื่อมั่นใจว่าคุณได้เปรียบเทียบบริษัทประกันภัย   แต่ละแห่งแล้ว   ควรถามพนักงานขายประกันถึงส่วนลดพิเศษที่คุณสามารถได้รับในกรณีต่าง ๆ เช่น


                1. การใช้รถในราคาไม่แพงมาก   สามารถลดเบี้ยประกันภัยได้


                2. บางบริษัทมีส่วนลดให้สำหรับ


                   * รถที่ไม่ค่อยขับ


                   * คนขับที่ไม่สูบบุหรี่


                   *คนขับที่ไม่ดื่มเหล้า


                3.  สำหรับครอบครัวที่มีรถมากกว่าหนึ่งคัน   หลายบริษัทมีนโยบายลดค่าเบี้ยประกันให้ถึง  15-20  เปอร์เซ็นต์


                4. บริษัทมักจะลดราคาสำหรับ


                 รถขนาดเล็ก


                      เครื่องยนต์ที่มีลูกสูบต่ำลงมา


                    รถที่ติดตั้งถุงลมนิรภัย


                     รถที่ติดระบบกันขโมย


                    * เบรกแอนตี้ล็อก


                     * ผู้ขับรถซึ่งมีประกาศนียบัตรเกี่ยวกับการขับรถปลอดภัย


                      *นักเรียนที่มีเกรดเฉลี่ยสูงตามกำหนด


                       *สตรีโสดที่มีอายุอยู่ระหว่าง   30-49  ปี


                     * ผู้ขับรถที่มีปรระวัติดี  (ไม่เคยมีคดีเกี่ยวกับการชนมากกว่า  3  ปี)


                      คนในบริษัท


                5. บริษัทประกันภัยโดยทั่วไปมักคิดค่าบริการไม่ต่างกันกับบริษัทคู่แข่ง


                6. ก่อนตกลงซื้อประกัน  ควรถามพนักงานขายถึงราคาเบี้ยประกันว่า   ตามนโยบายของบริษัทแล้วเบี้ยประกันจะสูงขึ้นไหม   หากรถคุณประสบอุบัติเหตุภายหลัง   เพื่อพิจารณาก่อนตัดสินใจ


 


                การเรียกค่าคุ้มครองเมื่อรถเกิดุบัติเหตุหรือสูญหาย


                การแก้ปัญหาหลังเกิดอุบัติเหตุมักทำให้เราต้องยุ่งยาก   สิ่งหนึ่งที่จะช่วยคุณได้คือ   ปฏิบัติตามคำแนะนำเหล่านี้


 


 


                1.  แจ้งความกับตำรวจถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น   เช่น  ถูกชนและมีคนบาดเจ็บ   หรือชนกับมอเตอร์ไซค์ที่ไม่มีประกัน


                2.  แจ้งให้บริษัทประกันภัยทราบโดยเร็วที่สุด   ทางบริษัทจะช่วยแก้สถานการณ์   และจัดเตรียมสิ่งต่าง ๆ ที่จำเป็นสำหรับคุณให้ทันที


                3.  ถ้าตำรวจเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย   แจ้งรายละเอียดทั้งหมดเพื่อลงในบันทึกประจำวัน


                4.  ให้ความร่วมมือในการตรวจสอบและตอบข้อซักถามของเจ้าหน้าที่ประกัน


                5.   ให้รายละเอียดและเอกสารที่จำเป็นทั้งหมดแก่เจ้าหน้าที่ประกัน


                6.  ถ้าคุณรู้สึกว่าการสอบสวนหรือการจัดการที่ได้รับไม่ยุติธรรมควรขอคำแนะนำจากทนายความก่อนนัดตกลงอีกครั้ง

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet